การเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ ๑๗ – ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๙ และการเยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 20–22 สิงหาคม 2569
การเยือนครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์กับทั้งสองประเทศอย่างครอบคลุมและรอบด้าน โดยการเยือนทั้งสองประเทศในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่นายกรัฐมนตรีเข้ารับตำแหน่ง และเป็นการเยือนออสเตรเลียระดับนายกรัฐมนตรีในรอบ 14 ปี
ขณะที่เป็นการเยือนนิวซีแลนด์ระดับนายกรัฐมนตรีในรอบ 13 ปี
การเยือนออสเตรเลียระหว่างวันที่ 18 – 19 สิงหาคม ณ นครซิดนีย์และกรุงแคนเบอร์รา
นายกรัฐมนตรีได้พบหารือทวิภาคีกับนายแอนโทนี แอลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย โดยนายกรัฐมนตรี
ทั้งสองฝ่ายมุ่งกระชับความร่วมมือในทุกมิติ และมุ่งขยายบทบาทและความร่วมมือในกรอบอาเซียนและอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เพื่อความมั่นคงของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อความสัมพันธ์อันใกล้ชิดและยาวนานระหว่างกัน ซึ่งจะครบรอบ 75 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2570 และหารือแนวทางการผลักดันความร่วมมือในด้านเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุน พลังงาน วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และความมั่นคงและการป้องกันประเทศ โดยเฉพาะความร่วมมือต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ วัฒนธรรมและความสัมพันธ์ระดับประชาชน ตลอดจนแลกเปลี่ยนความเห็นเรื่องพัฒนาการสำคัญในภูมิภาคที่สำคัญ
ภายหลังการหารือ นายกรัฐมนตรีได้ร่วมลงนามในแถลงการณ์ร่วมระหว่างไทยกับออสเตรเลีย 2 ฉบับ ได้แก่ (1) แถลงการณ์ว่าด้วยอาชญากรรมข้ามชาติ และ (2) แถลงการณ์ว่าด้วยการกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ หลังจากนั้น มีการแถลงข่าวร่วม ซึ่งนายกรัฐมนตรีทั้งสองฝ่ายได้ย้ำความมุ่งมั่นที่จะกระชับความร่วมมือระหว่างกันในทุกมิติ รวมทั้งขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทย – ออสเตรเลียให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม
รองนายกรัฐมนตรีฯ ยังได้หารือกับนางสาวเพนนี หว่อง รัฐมนตรีว่าการต่างประเทศออสเตรเลียเกี่ยวกับแนวทางการขยายความร่วมมือระหว่างกัน โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงและการเสริมสร้างความมั่นคงในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ ตลอดจนแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับพัฒนาการสำคัญในภูมิภาค
นายกรัฐมนตรีและคณะยังได้พบหารือกับผู้แทนระดับสูง และภาคส่วนต่าง ๆ ของฝ่ายออสเตรเลีย ได้แก่ (1) ผู้สำเร็จราชการแห่งเครือรัฐออสเตรเลีย
(2) ผู้สำเร็จราชการแห่งรัฐนิวเซาท์เวลส์ (3) หัวหน้าพรรค Liberal Party of Australia และผู้นำฝ่ายค้าน
นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับมุมมองของไทยต่อพัฒนาการสำคัญในภูมิภาค และหารือกับผู้บริหารสถาบัน Lowy ซึ่งเป็น think tank ที่มีชื่อเสียงของออสเตรเลีย
นายกรัฐมนตรีได้ร่วมพบหารือกับผู้แทนภาคเอกชนออสเตรเลีย โดยยืนยันความมุ่งมั่นของไทยในการเดินหน้าส่งเสริมสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่มีความแข็งแกร่งและเอื้อต่อการค้าและการลงทุนอย่างต่อเนื่อง และย้ำถึงความพร้อมในการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับออสเตรเลีย โดยเฉพาะในสาขาเกษตรกรรม พลังงานหมุนเวียน อุตสาหกรรมดิจิทัลและสร้างสรรค์ การผลิตขั้นสูง และการศึกษาอีกทั้งยังได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามหนังสือแสดงเจตจำนง ว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กับ Commonwealth Scientific and Industrial Research Organisation (CSIRO) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างการดำเนินกิจกรรมวิจัยร่วมกันในสาขาวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลและองค์ความรู้ ตลอดจนแสวงหาสาขาอื่น ๆ ที่อาจเป็นประโยชน์และมีศักยภาพเพื่อผลักดันความร่วมมือต่อไป
การเยือนนิวซีแลนด์ระหว่างวันที่ 20 – 22 สิงหาคม 2569 ณ นครโอ๊คแลนด์
นายกรัฐมนตรีได้พบหารือกับนายคริสโตเฟอร์ ลักซอน นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ โดยทั้งสองฝ่ายได้ยินดีต่อการครบรอบ 70 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปีนี้ และเห็นพ้องจะร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคง โดยเฉพาะการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ รวมทั้งจะส่งเสริมผลประโยชน์ร่วมกันทางเศรษฐกิจภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นไทย – นิวซีแลนด์ (Thailand – New Zealand Closer Economic Partnership: TNZCEP) ที่มีเป้าหมายขยายมูลค่าการค้าสองฝ่ายเป็น 3 เท่าภายในปี ค.ศ. 2045 ตลอดจนจะส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างประชาชนด้วยการกลับมาให้บริการเที่ยวบินตรงเส้นทางระหว่างกรุงเทพฯ – นครโอ๊คแลนด์ เร็ว ๆ นี้ รวมถึงการกระชับความร่วมมือด้านการศึกษา และผลักดันความร่วมมือในกรอบอาเซียน – นิวซีแลนด์ควบคู่ไปกับความร่วมมือเพื่อการพัฒนาในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ภายหลังการหารือ นายกรัฐมนตรีได้ร่วมลงนามในปฏิญญาร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทยกับนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นการยกระดับความสัมพันธ์สู่หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ โดยมีแผนปฏิบัติการร่วมฯ ฉบับ ค.ศ. 2026 – 2030 เป็นแนวทางขับเคลื่อนความร่วมมือให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ใน 4 เสาสำคัญ ได้แก่ การเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้าและนวัตกรรม วัฒนธรรมและความเชื่อมโยงระหว่างประชาชน และความร่วมมือระดับภูมิภาคและพหุภาคี นายกรัฐมนตรียังได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามเอกสารซึ่งเป็นผลลัพธ์การเยือนสำคัญอีก 3 ฉบับ ได้แก่(1) ข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านวัฒนธรรมระหว่างไทยกับนิวซีแลนด์ (2) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนของไทย และ Education New Zealand และ (3) บันทึกข้อตกลงระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับสำนักงานตำรวจนิวซีแลนด์ว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน นายกรัฐมนตรียังได้ร่วมพบหารือกับผู้แทนภาคธุรกิจนิวซีแลนด์ เกี่ยวกับโอกาสการลงทุนในประเทศไทย จุดแข็งทางยุทธศาสตร์และศักยภาพของไทย ตลอดจนแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือในสาขาต่าง ๆ รวมถึงด้านการวิจัยและพัฒนา อีกทั้งยังได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามความตกลงของภาคเอกชนระหว่างบริษัท Chata Instruments Company Limited กับบริษัท Aeroqual Limited และระหว่างบริษัท Top Flying Limited ของไทยกับบริษัท NZAero ของนิวซีแลนด์
ในการเยือนทั้งสองประเทศ นายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยังได้เยี่ยมและพบปะพูดคุยกับชุมชนไทย ทั้งในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์
ในส่วนของภาคการเกษตร นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมคณะทางการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในการเยือนเครือรัฐออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 17–20 สิงหาคม 2569 และเยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 20–22 สิงหาคม 2569 เพื่อยกระดับความสัมพันธ์และความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ตลอดจนขยายโอกาสด้านเศรษฐกิจ การค้า
การลงทุน เทคโนโลยี และความร่วมมือในสาขาที่มีศักยภาพร่วมกัน โดยเฉพาะภาคเกษตร อาหาร และความมั่นคงทางอาหาร (Thai Government)
ภารกิจ ณ เครือรัฐออสเตรเลีย
– ระหว่างการเยือนเครือรัฐออสเตรเลีย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ร่วมคณะนายกรัฐมนตรีในภารกิจระดับสูง เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือไทย–ออสเตรเลียภายใต้กรอบความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ โดยการเยือนครั้งนี้มีผลลัพธ์สำคัญในการต่อยอด แผนปฏิบัติการร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย–ออสเตรเลีย ค.ศ. 2026–2029 ซึ่งครอบคลุมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน เทคโนโลยี และการพัฒนาที่ยั่งยืน (Thai Government)
– หนึ่งในประเด็นที่มีความสำคัญต่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือการผลักดันความร่วมมือด้าน Food Security and Agricultural Technology รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและอาหาร และสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มีความยืดหยุ่นต่อความผันผวนของเศรษฐกิจและการค้าโลก
– การเข้าร่วมภารกิจของ รมช.เกษตรฯ จึงเป็นโอกาสในการติดตามทิศทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างไทยกับออสเตรเลีย ซึ่งเป็นคู่ค้าสินค้าเกษตรสำคัญของไทย รวมถึงการพิจารณาแนวทางสร้างความสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีกับการดูแลขีดความสามารถในการแข่งขันและความมั่นคงของเกษตรกรไทยในระยะยาว
ภารกิจ ณ นิวซีแลนด์
– สำหรับการเยือนนิวซีแลนด์ ถือเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีไทยในรอบ 13 ปี และเกิดขึ้นในวาระครบรอบ 70 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–นิวซีแลนด์ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศสู่ ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ (Strategic Partnership) พร้อมขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน เทคโนโลยี การศึกษา และนวัตกรรม (Thai Government)
– ในมิติด้านการเกษตร ไทยและนิวซีแลนด์มีศักยภาพในการต่อยอดความร่วมมือจากความสัมพันธ์ทางการค้าสู่การเป็น หุ้นส่วนในห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรและอาหาร โดยเฉพาะการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยีการผลิต การเพิ่มประสิทธิภาพฟาร์ม การบริหารจัดการต้นทุน มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์เกษตรมูลค่าสูง ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางความร่วมมือด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และการพัฒนาสินค้าเกษตรที่ทั้งสองฝ่ายได้หารือร่วมกันก่อนการเยือน (Thai Government)
– สำหรับภาคปศุสัตว์ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมโคนมและผลิตภัณฑ์นม ความร่วมมือกับออสเตรเลียและนิวซีแลนด์มีทั้งมิติของ โอกาสและความท้าทาย เนื่องจากทั้งสองประเทศเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์นมสำคัญของโลก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาความร่วมมือที่นำไปสู่การยกระดับประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรไทย ควบคู่กับการปฏิบัติตามพันธกรณีทางการค้าระหว่างประเทศอย่างสมดุล
จากการค้า สู่ “หุ้นส่วนเกษตรและอาหาร”
การร่วมคณะทางการของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ นอกจากเป็นการสนับสนุนภารกิจด้านการต่างประเทศของรัฐบาลแล้ว ยังเปิดโอกาสให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ติดตามและเชื่อมโยงผลการหารือระดับผู้นำสู่การดำเนินงานเชิงปฏิบัติ โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ “เปลี่ยนความสัมพันธ์ทางการค้าให้เป็นความร่วมมือที่สร้างคุณค่าร่วมกันตลอดห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรและอาหาร” ทั้งในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การพัฒนานวัตกรรม การยกระดับมาตรฐานสินค้า การสร้างมูลค่าเพิ่ม การขยายตลาด ตลอดจนการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร เพื่อให้เกษตรกรไทยสามารถปรับตัวและได้รับประโยชน์จากการเชื่อมโยงเศรษฐกิจระหว่างประเทศอย่างยั่งยืน
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยืนยันว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมนำผลจากการเยือนและกรอบความร่วมมือที่เกิดขึ้นมาต่อยอดสู่การดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม โดยมุ่งสร้าง “Partnership for Resilient and Sustainable Agriculture” ที่คำนึงถึงทั้งการเติบโตทางการค้า ความมั่นคงทางอาหาร และความเข้มแข็งของเกษตรกรไทยในระยะยาว และภายหลังการเยือนออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มุ่งนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และโอกาสจากความร่วมมือระหว่างประเทศมาต่อยอดสู่ภาคเกษตรไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งขับเคลื่อน 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การยกระดับเทคโนโลยีและประสิทธิภาพการผลิต การพัฒนาสินค้าเกษตรและอาหารมูลค่าสูงสู่มาตรฐานสากล การเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกร และการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารควบคู่กับการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานที่เข้มแข็งและยั่งยืน
ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา
กระทรวงการต่างประเทศ
เพจ สส โฮม • ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช







